MID-MONTH SALE 
- ลด ฿4,000 ถึง 18 กรกฎาคมเท่านั้น!
Home
 / WeStride Blog / 
พื้นฐาน SQL ที่ต้องรู้ก่อนก้าวสู่ระดับโปร

พื้นฐาน SQL ที่ต้องรู้ก่อนก้าวสู่ระดับโปร

เริ่มต้นเรียนรู้การจัดการฐานข้อมูลด้วย SQL อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
Supannika Kerdmorlee
Content Writer & Administrative Associate
Tags
Data Analytics
Data Analyst
SQL
MSSQL
Share
3
 นาที
May 16, 2024

ทักษะการจัดการฐานข้อมูลด้วย SQL เป็นทักษะที่สำคัญสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์และการบริหารจัดการข้อมูลในองค์กร 

SQL หรือ Structured Query Language เป็นภาษาที่ใช้ในการจัดการและเรียกใช้ข้อมูลในระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (RDBMS)  และในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักและเรียนรู้พื้นฐาน SQL ที่ควรรู้ก่อนก้าวสู่ระดับโปร เพื่อให้คุณสามารถใช้งาน SQL ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำความรู้จักกับ SQL และความสำคัญ

SQL ย่อมาจาก Structured Query Language ซึ่งเป็นภาษามาตรฐานสำหรับการจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ใช้ในการสร้าง แก้ไข ลบ และดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง MSSQL หรือ Microsoft SQL Server ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบจัดการฐานข้อมูลที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการธุรกิจ

การเรียนรู้ SQL ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณสามารถจัดการฐานข้อมูลได้อย่างมืออาชีพ แต่ยังเปิดโอกาสในการทำงานในสายงาน IT ที่มีความต้องการสูง นอกจากนี้การมีความรู้ SQL ยังช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

SQL กับบทบาทในงานไอที

SQL มีบทบาทสำคัญในด้านไอที เพราะการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลเป็นหัวใจของการทำงานในหลายองค์กร ทั้งในด้านธุรกิจ การตลาด การเงิน และอื่น ๆ นี่คือตัวอย่างบทบาทของ SQL กับงานไอทีในด้านต่าง ๆ

1. การจัดการฐานข้อมูล

SQL ช่วยในการสร้างและจัดการฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ และสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนี้ SQL ยังช่วยในการทำสำเนาข้อมูล (Backup) และการคืนค่าข้อมูล (Restore) ทำให้ข้อมูลมีความปลอดภัยและพร้อมใช้งานในกรณีฉุกเฉิน

2. การวิเคราะห์ข้อมูล

การใช้ SQL เพื่อดึงและวิเคราะห์ข้อมูลช่วยให้นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) และนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) สามารถทำความเข้าใจข้อมูลเชิงลึกและช่วยในการตัดสินใจที่ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น การใช้ SQL ในการดึงข้อมูลยอดขายจากฐานข้อมูลเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า ทำให้สามารถวางแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. การพัฒนาแอปพลิเคชัน

นักพัฒนาแอปพลิเคชัน (Application Developer) ใช้ SQL ในการเชื่อมต่อและดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลเพื่อแสดงผลในแอปพลิเคชัน ทำให้สามารถสร้างแอปพลิเคชันที่มีการใช้งานข้อมูลอย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชันธนาคารที่ใช้ SQL ในการดึงข้อมูลบัญชีของลูกค้าเพื่อแสดงยอดเงินและประวัติการทำธุรกรรม

4. การบริหารระบบฐานข้อมูล

ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล (Database Administrator) ใช้ SQL ในการดูแลและบริหารจัดการฐานข้อมูล เช่น การสำรองข้อมูล การปรับแต่งประสิทธิภาพ และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล นอกจากนี้ผู้ดูแลระบบยังใช้ SQL ในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในฐานข้อมูล ทำให้ระบบฐานข้อมูลทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

5. การทำรายงานและการนำเสนอข้อมูล

SQL ช่วยให้สามารถสร้างรายงานและนำเสนอข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถใช้คำสั่ง SQL ในการดึงข้อมูลที่ต้องการและจัดรูปแบบข้อมูลในลักษณะที่ต้องการได้ ตัวอย่างเช่น การใช้ SQL ในการดึงข้อมูลยอดขายรายเดือนและจัดทำรายงานสรุปยอดขายเพื่อเสนอผู้บริหาร

6. การบูรณาการข้อมูลระหว่างระบบ

SQL ยังมีบทบาทในการบูรณาการข้อมูลระหว่างระบบต่าง ๆ ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น การใช้ SQL ในการดึงข้อมูลลูกค้าจากระบบ CRM และนำข้อมูลนั้นไปใช้ในระบบ ERP เพื่อการจัดการและวางแผนทรัพยากรองค์กร

SQL 101: รู้จักคำสั่งพื้นฐานในการใช้งาน 

การสร้างฐานข้อมูลและตาราง

การสร้างฐานข้อมูลและตารางเป็นขั้นตอนแรกในการเริ่มต้นใช้งาน SQL ตัวอย่างคำสั่งในการสร้างฐานข้อมูล:

CREATE DATABASE mydatabase;

คำสั่งนี้จะสร้างฐานข้อมูลใหม่ชื่อ mydatabase เมื่อคำสั่งทำงานเสร็จจะไม่มีผลลัพธ์ที่แสดงออกมาในรูปแบบตาราง แต่จะมีการยืนยันว่าฐานข้อมูลถูกสร้างขึ้น

และคำสั่งในการสร้างตาราง:

CREATE TABLE mytable (

    id INT PRIMARY KEY,

    name VARCHAR(100),

    age INT

);

คำสั่งนี้จะสร้างตารางชื่อ mytable ที่มีสามคอลัมน์ คือ id (ประเภทข้อมูล INT และเป็น PRIMARY KEY) name (ประเภทข้อมูล VARCHAR ขนาด 100) และ age (ประเภทข้อมูล INT)

การแทรกข้อมูล

หลังจากที่เราสร้างตารางแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการแทรกข้อมูลลงในตาราง:

INSERT INTO mytable (id, name, age) VALUES (1, 'John Doe', 30);

คำสั่งนี้จะเพิ่มแถวใหม่ในตาราง mytable ที่มีค่า id เป็น 1 name เป็น 'John Doe' และ age เป็น 30 เมื่อคำสั่งทำงานเสร็จจะไม่มีผลลัพธ์ที่แสดงออกมาในรูปแบบตาราง แต่ข้อมูลจะถูกเพิ่มเข้าไปในตาราง

การดึงข้อมูล

การดึงข้อมูลเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการใช้งาน SQL ตัวอย่างคำสั่งในการดึงข้อมูลทั้งหมดจากตาราง:

SELECT * FROM mytable;

คำสั่งนี้จะดึงข้อมูลทั้งหมดจากตาราง mytable และแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบตาราง โดยผลลัพธ์จะเป็นแถวที่เรากรอกข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้

การปรับปรุงข้อมูล

หากต้องการปรับปรุงข้อมูลในตาราง เราสามารถใช้คำสั่ง UPDATE:

UPDATE mytable SET name = 'Jane Doe' WHERE id = 1;

คำสั่งนี้จะปรับปรุงค่าของคอลัมน์ name ในแถวที่มี id เท่ากับ 1 จาก 'John Doe' เป็น 'Jane Doe' เมื่อคำสั่งทำงานเสร็จจะไม่มีผลลัพธ์ที่แสดงออกมาในรูปแบบตาราง แต่ข้อมูลในตารางจะถูกปรับปรุงตามคำสั่ง

การลบข้อมูล

และหากต้องการลบข้อมูล เราสามารถใช้คำสั่ง DELETE:

DELETE FROM mytable WHERE id = 1;

คำสั่งนี้จะลบแถวที่มี id เท่ากับ 1 ออกจากตาราง mytable เมื่อคำสั่งทำงานเสร็จจะไม่มีผลลัพธ์ที่แสดงออกมาในรูปแบบตาราง แต่ข้อมูลในตารางจะถูกลบตามคำสั่ง

ใช้งาน SQL ได้คล่องมือไปกับคอร์สของ WeStride!

เรียนรู้ SQL อย่างครบถ้วนกับคอร์สออนไลน์ Complete SQL: พื้นฐานจนถึงขั้น Advance ของเรา คอร์สนี้ที่ WeStride จะพาคุณเริ่มต้นจากพื้นฐานจนถึงระดับสูง พร้อมเทคนิคในการสร้างและจัดการฐานข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เปลี่ยนคุณให้เป็นนักพัฒนาฐานข้อมูลที่เชี่ยวชาญในการใช้ SQL อย่างแท้จริง

การเรียนรู้พื้นฐาน SQL เป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับการพัฒนาทักษะในสายงาน IT ความสามารถในการสร้างฐานข้อมูล การแทรกข้อมูล การดึงข้อมูล การปรับปรุงข้อมูล และการลบข้อมูลจะช่วยให้คุณจัดการฐานข้อมูลได้อย่างมืออาชีพ ทั้งยังเปิดโอกาสในการทำงานในสายงาน IT ที่ต้องการความรู้ด้าน SQL อย่าง MSSQL และ Server SQL การมีทักษะเหล่านี้จะทำให้คุณพร้อมสำหรับการก้าวสู่ระดับโปรในโลกของการจัดการฐานข้อมูล

มีคำถามเพิ่มเติมหรือไม่? เรามีคำตอบให้คุณ

พูดคุยกับที่ปรึกษาการเรียนของเรา